#โพรไบโอติก #แล็กโทบาซิลลัส #รียูเทอรี DSM17938

การเสริมสร้างสุขภาพที่ดี
ของลูกน้อยด้วยจุลินทรีย์
สุขภาพ


เรียบเรียงโดย พญ.สุชีรา หงษ์สกุล กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคระบบทางเดินอาหารและโรคตับ


ในช่วง 1,000 วันแรกของชีวิต ตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึงช่วงที่เป็นทารก ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมาก ๆ ต่อสุขภาพของลูกน้อยในอนาคต การได้รับสารอาหารและจุลินทรีย์ทั้งในคุณแม่และทารก ล้วนเป็นสิ่งที่จะส่งเสริมสุขภาพของเด็กเมื่อเติบโตขึ้น




มีหลายปัจจัยที่ส่งผลเสียต่อสมดุลจุลินทรีย์ อาทิ

• การผ่าคลอด
• การต้องให้นมกระป๋องแทนนมแม่
• ทารกต้องได้รับยาปฏิชีวนะ

มีการศึกษาพบว่าทารกที่คลอดผ่านวิธีผ่าคลอดจะมีจุลินทรีย์เชื้อดี อย่างเช่น แล็กโทบาซิลลัส ต่ำมาก เมื่อเทียบกับทารกที่คลอดด้วยวิธีธรรมชาติ

ผลที่ตามมาคือ ทารกมีโอกาสพัฒนาเป็น โรคภูมิแพ้ โรคหืด โรคเบาหวานชนิดที่ 1 และโรคอ้วน ได้มากกว่าทารกที่คลอดด้วยวิธีธรรมชาติ อย่างไรก็ดี คุณหมอก็มีความจำเป็นที่จะต้องเลือกการคลอดด้วยวิธีผ่าคลอดให้กับคุณแม่บางคน เนื่องจากความปลอดภัยในภาวะนั้น ๆ

ปัจจุบันก็ได้มีการศึกษาเพื่อหาวิธีที่สามารถช่วยให้ทารกที่คลอดด้วยวิธีการผ่าคลอดนี้ สามารถกลับมามีจุลินทรีย์ดีสมดุลคล้ายกับทารกที่คลอดผ่านวิธีธรรมชาติให้มากที่สุด หนึ่งในนั้นคือ การให้ทารกรับประทานจุลินทรีย์สุขภาพ เช่น แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี ดีเอสเอ็ม17938 (Lactobacillus reuteri DSM17938) ซึ่งได้มีการศึกษาทางการแพทย์พบว่า สามารถปรับให้จุลินทรีย์ของทารกที่คลอดด้วยวิธีผ่าคลอดกลับมาสมดุลได้ เทียบเท่ากับการคลอดด้วยวิธีธรรมชาติ

โพรไบโอติก แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM17938 ช่วยเร่งการ ปรับสมดุลจุลินทรีย์ให้ทารกที่คลอดด้วยการผ่าท้องคลอด ทำให้เด็กที่ผ่าคลอดและรับประทานโพรไบโอติก แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM17938 มีจุลินทรีย์เหมือนทารกที่คลอดธรรมชาติ

โพรไบโอติก แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM17938 คืออะไร

โพรไบโอติก แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี ถูกค้นพบโดย เจอร์ฮาร์ด รูเทอร์ นักจุลชีววิทยาชาวเยอรมัน โดยเมื่อเทียบกับจุลินทรีย์แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี สายพันธุ์อื่นๆ แล้ว แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM17938 อาจเป็นสายพันธุ์ที่มีการศึกษามากที่สุด และมีประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งปกติพบได้ในระบบทางเดินอาหารของมนุษย์ โดยสายพันธุ์ ดังกล่าว มีต้นกำเนิดมากจากสายพันธุ์ เอทีซีซี 55730 ซึ่งได้มาจากน้ำนมแม่ของหญิงชาวเปรู



ทารกน้อยสุขภาพดีด้วยโพรไบโอติก แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM17938

มีการศึกษาทางการแพทย์ขนาดใหญ่ที่ประเทศอิตาลี ซึ่งทำการศึกษาในทารกแรกคลอดรวม 554 คน เพื่อดูผลของการรับประทาน โพรไบโอติก แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM17938 โดยให้รับประทานตั้งแต่วันแรกหลังคลอดและรับประทานติดต่อกันเป็นเวลา 90 วัน เทียบกับทารกที่รับประทานยาหลอก

พบว่า ทารกกลุ่มที่รับประทานโพรไบโอติก แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM17938

* ผลการศึกษาที่ 3 เดือนหลังรับประทานโพรไบโอติก แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับประทานยาหลอก, แตกต่างอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.01)



นอกจากนี้ยังพบว่ามีความคุ้มค่ามากกว่า เนื่องจากลดการป่วยและการเข้าโรงพยาบาล

คำแนะนำจากแนวทางการรักษาของแพทย์:

สมาคมแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารนานาชาติ (World Gastroenterology Organisation-WGO) แนะนำให้ทารกรับประทาน โพรไบโอติก แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM17938 เพื่อป้องกันการร้องกวนโคลิคโดย แนะนำให้รับประทานปริมาณ 108 CFU ต่อวัน ตั้งแต่แรกคลอดจนถึงอายุ 3 เดือน




โคลิค … จัดการได้ด้วยโพรไบโอติก แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM17938

โคลิค – อาการที่ทารกร้องกวนแบบไม่มีสาเหตุ โดยร้องงอแงมากกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน 3 วันต่อสัปดาห์

โคลิค พบได้ราว 1 ใน 5 ของทารกอายุน้อยกว่า 3 เดือน โคลิคเป็นต้นเหตุของความเครียดของแม่และยังส่งผลต่อระยะให้นมบุตรที่สั้นลง นอกจากนี้ยังพบว่าอาจส่งผลกระทบระยะยาวต่อเด็กทั้งปัญหาด้านพฤติกรรม การนอน รวมทั้งการเกิดภูมิแพ้ได้อีกด้วย

มีการศึกษาทางการแพทย์มากมายที่พบว่า การให้ทารกรับประทาน โพรไบโอติก แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM17938 ช่วยลดระยะเวลาการร้องโคลิค โดยเห็นผลแตกต่างอย่างชัดเจนตั้งแต่สัปดาห์แรกที่รับประทาน (เมื่อเทียบกับกลุ่มที่รับประทานยาหลอก) ดังนั้นนี่จึงเป็นวิธีจัดการโคลิคที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทารกที่รับประทานนมแม่

คำแนะนำจากแนวทางการรักษาของแพทย์:

สมาคมแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารนานาชาติ (World Gastroenterology Organisation-WGO) แนะนำให้ทารกรับประทาน โพรไบโอติก แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM17938 เพื่อลดการร้องกวนโคลิค โดย แนะนำให้รับประทาน ปริมาณ 108 CFU ต่อวัน เป็นเวลา 21 วัน





ท้องผูก … ปัญหาหนักของลูกน้อย

ท้องผูก เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในทารก นอกจากนี้ยังพบว่ามีทารกหลายคนที่ไม่ค่อยตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาระบาย หรือบางคนต้องได้รับยาระบายระยะเวลานาน มีข้อมูลพบว่าการเสียสมดุลของจุลินทรีย์เป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดท้องผูก ดังนั้น การรับประทานโพรไบโอติกจึงมีส่วนช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นได้

การศึกษาทางการแพทย์ที่ประเทศอิตาลี ซึ่งทำการศึกษาในทารกอายุมากกว่า 6 เดือน ที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะท้องผูกเรื้อรังจำนวน 44 คน โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งรับประทาน โพรไบโอติก แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM17938 และอีกกลุ่มรับประทานยาหลอก โดยให้รับประทานเป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์

การศึกษาพบว่า ทารกที่รับประทาน โพรไบโอติก แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM17938 มีการ ขับถ่ายดีขึ้น เมื่อเทียบกับกลุ่มที่รับประทานยาหลอกตั้งแต่ 2 สัปดาห์แรก เนื่องจากเป็นจุลินทรีย์สุขภาพ ดังนั้น นี่จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับทารกที่มีปัญหาท้องผูก



เอกสารอ้างอิง:

(1) Rodríguez JM, Murphy K, Stanton C, Ross RP, Kober OI, Juge N, Avershina E, Rudi K, Narbad A, Jenmalm MC, Marchesi JR. The composition of the gut microbiota throughout life, with an emphasis on early life. Microbial ecology in health and disease. 2015 Dec 1;26(1):26050.
(2) Reid G, Younes JA, Van der Mei HC, Gloor GB, Knight R, Busscher HJ. Microbiota restoration: natural and supplemented recovery of human microbial communities. Nature Reviews Microbiology. 2011 Jan;9(1):27-38.
(3) Rodenas CL, Lepage M, Ngom-Bru C, Fotiou A, Papagaroufalis K, Berger B. Effect of formula containing Lactobacillus reuteri DSM 17938 on fecal microbiota of infants born by cesarean-section. Journal of pediatric gastroenterology and nutrition. 2016 Dec 1;63(6):681-7.
(4) Srinivasan R, Kesavelu D, Veligandla KC, Muni SK, Mehta SC. Lactobacillus reuteri DSM 17938: review of evidence in functional gastrointestinal disorders. Pediatr Ther. 2018;8(350):2161-0665.
(5) Indrio F, Di Mauro A, Riezzo G, Civardi E, Intini C, Corvaglia L, Ballardini E, Bisceglia M, Cinquetti M, Brazzoduro E, Del Vecchio A. Prophylactic use of a probiotic in the prevention of colic, regurgitation, and functional constipation: a randomized clinical trial. JAMA pediatrics. 2014 Mar 1;168(3):228-33.
(6) Guarner F, Ellen Sanders M, Eliakim R, Fedorak R, Gangl A, Garisch J, Kaufmann P. Karakan T. World gastroenterology organisation global guidelines: probiotics and prebiotics February 2017: 1-35.
(7) Coccorullo P, Strisciuglio C, Martinelli M, Miele E, Greco L, Staiano A. Lactobacillus reuteri (DSM 17938) in infants with functional chronic constipation: a double-blind, randomized, placebo-controlled study. The Journal of pediatrics. 2010 Oct 1;157(4):598-602.
(8) Sung V, D’Amico F, Cabana MD, Chau K, Koren G, Savino F, Szajewska H, Deshpande G, Dupont C, Indrio F, Mentula S. Lactobacillus reuteri to treat infant colic: a meta-analysis. Pediatrics. 2018 Jan 1;141(1).