#โพรไบโอติก #แล็กโทบาซิลลัส #รียูเทอรี DSM17938

เสริมภูมิคุ้มกันให้ตัวเองและคนที่คุณรักด้วยโพรไบโอติก แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM17938

“แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM17938 เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ของจุลินทรีย์ดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในระบบทางเดินอาหารของมนุษย์”

แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี ถูกค้นพบในปี 1962 โดย ศาสตราจารย์ ดร. เจอร์ฮาร์ด รูเทอร์ นักจุลชีววิทยาชาวเยอรมัน โดย แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM17938 เป็นสายพันธุ์ที่มีการศึกษามากที่สุด และมีประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งปกติพบได้ในกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก และลำไส้ใหญ่ของมนุษย์ สายพันธุ์นี้มีต้นกำเนิดมาจากสายพันธุ์ เอทีซีซี 55730 ซึ่งได้มาจาก น้ำนมแม่ ของหญิงชาวเปรู

การออกฤทธิ์ของโพรไบโอติก แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM17938 เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันป้องกันโรคติดเชื้อ มีดังนี้

1

เสริมชั้นจุลินทรีย์ (Microbiota) ให้แข็งแรง ป้องกันเชื้อก่อโรคแทรกผ่าน (Strengthening the microbiota) โดยมีกลไกดังนี้

1.1 แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี จะเข้าไปแย่งพื้นที่และขับไล่เชื้อก่อโรคออกไป

1.2 แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี จะสร้างกรดแล็กทิกและกรดแอซีติก ทำให้ทางเดินอาหารมีความเป็นกรดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย (pH ลดลง) ซึ่งมีผลยับยั้งเชื้อก่อโรคหลายชนิด

1.3 แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี จะสร้างสารรูเทอริน (Reuterin) ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อก่อโรคหลายชนิด

และนี่คือ รายชื่อของเชื้อก่อโรคที่ยับยั้งได้
ด้วยสารรูเทอริน

2

ทำให้ช่องผ่านระหว่าง Epithelium (บริเวณเยื่อบุผนังลำไส้) แคบลง ป้องกันเชื้อ ก่อโรคผ่านเข้ากระแสเลือด (Tightening the mucosa)

หากเกิดความผิดปกติที่ทำให้ช่องว่างระหว่าง Epithelium กว้าง จะทำให้เชื้อก่อโรคสามารถผ่านช่องว่างดังกล่าวนี้เข้าสู่กระแสเลือด หรือที่เรียกว่า Leaky gut ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อได้ โดยความผิดปกตินี้สามารถป้องกันได้ โดยมีการศึกษาพบว่า การรับประทานโพรไบโอติก แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี ช่วยลดช่องว่างระหว่าง Epithelium ส่งผลให้ Epithelium แน่นขึ้นได้

3

กระตุ้นและเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงเพื่อต่อสู้กับเชื้อก่อโรค (Immune improving the immune response) โดยมีกลไกดังนี้

3.1 แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี ช่วยกระตุ้นเซลล์ทางภูมิคุ้มกันชนิด CD4+ T-helper cells ให้ทำหน้าที่ต่อสู้กับเชื้อก่อโรค โดย CD4+ T-helper cells เป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ที่สำคัญมาก ช่วยประสานงานในระบบภูมิคุ้มกันรวมถึงการหลั่งสาร cytokines ที่ช่วยกระตุ้นเซลล์ภูมิคุ้มกันอื่น ๆ ในการต่อสู้กับเชื้อก่อโรค เช่น ไวรัส หรือแบคทีเรียที่ทำให้เกิดการติดเชื้อได้

3.2 แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี ช่วยกระตุ้นการสร้าง IgA จากการศึกษาพบว่าในผู้ป่วยที่เกิดภาวะท้องเสีย หากได้รับประทานโพรไบโอติก แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี จะช่วยกระตุ้นการสร้าง IgA ให้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย IgA มีข้อดีคือ

3.2.1 ช่วยยับยั้งไม่ให้แบคทีเรียและไวรัสเกาะจับกับเซลล์เยื่อบุในลำไส้
3.2.2 ช่วยลดความเป็นพิษของสารที่แบคทีเรียและไวรัสสร้างขึ้นได้

1

เสริมชั้นจุลินทรีย์ (Microbiota) ให้แข็งแรง ป้องกันเชื้อก่อโรคแทรกผ่าน (Strengthening the microbiota)

2

ทำให้ช่องผ่านระหว่าง Epithelium (บริเวณเยื่อบุผนังลำไส้) แคบลงป้องกันเชื้อก่อโรคผ่านเข้ากระแสเลือด (Tightening the mucosa)

3

กระตุ้นและเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงเพื่อต่อสู้กับเชื้อก่อโรค (Immune improving the immune response)

การศึกษาทางการแพทย์ของ แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM17938

โรคติดเชื้อเป็นโรคที่พบได้บ่อย และยังคงเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตและการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลมากที่สุดเป็นลำดับต้น ๆ โดยเฉพาะในเด็ก โรคติดเชื้อที่พบได้บ่อยคือ โรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ และท้องเสีย ที่มักมีต้นเหตุจากไวรัสและแบคทีเรียก่อโรค

โพรไบโอติกสายพันธุ์เฉพาะ แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM17938 เป็นหนึ่งใน สายพันธุ์ที่มีการศึกษาทางการแพทย์ยืนยันชัดเจนว่าสามารถช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ทำให้ช่วยป้องกันการเกิดการติดเชื้อได้ โดยมีการศึกษายืนยันว่า

• ช่วยลดการเกิดโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ
• ช่วยลดการเกิดท้องเสีย
• ช่วยลดการเกิดไข้
• ช่วยลดความจำเป็นที่จะต้องได้รับยาปฏิชีวนะ ซึ่งหากต้องได้รับบ่อยจะทำให้เกิดเชื้อดื้อยาได้
• ช่วยลดการลาป่วย ขาดเรียน
• ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล
• มีความปลอดภัย ทารกและเด็กสามารถรับประทานได้

การศึกษาทางการแพทย์

การศึกษาที่ 1 : การศึกษาในทารกอายุ 4-10 เดือน

การศึกษานี้ได้จัดทำขึ้น ณ ศูนย์ดูแลเด็กเล็กในเมือง Beer-Sheva ประเทศอิสาราเอล ทำการศึกษาทารกสุขภาพดีอายุระหว่าง 4-10 เดือน จำนวน 201 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม

• กลุ่มแรกรับประทานนมผสม (ไม่มีโพรไบโอติก)
• กลุ่มที่สองรับประทานนมผสมโพรไบโอติกสายพันธุ์ บี.แล็กติส BB12 (Bifidobacterium lactis (BB-12))
• กลุ่มที่สามรับประทานนมผสมโพรไบโอติกสายพันธุ์ แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM17938 (Lactobacillus reuteri DSM17938)

ทั้ง 3 กลุ่มรับประทานเป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์

ผลการศึกษาพบว่า การรับประทานโพรไบโอติกสายพันธุ์เฉพาะ แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM17938 ช่วยลดจำนวนวันที่มีไข้ และท้องเสีย ได้ดีกว่า เมื่อเทียบกับเด็กไม่ได้รับประทานโพรไบโอติกและเด็กที่รับประทานโพรไบโอติกสายพันธุ์ บี.แล็กติส BB12

นอกจากนี้ยังพบว่าการรับประทานโพรไบโอติกสายพันธุ์เฉพาะ แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM17938 ยังช่วยลดจำนวนวันที่ต้องไปเข้าพบแพทย์เพื่อรักษาพยาบาล และความจำเป็นที่ต้องได้รับยาปฏิชีวนะอีกด้วย

เอกสารอ้างอิง:

Weizman Z, Asli G, Alsheikh A. Effect of a probiotic infant formula on infections in child care centers: comparison of two probiotic agents. Pediatrics. 2005;115(1):5-9.

การศึกษาที่ 2 : การศึกษาในเด็กอายุ 1-6 ปี

การศึกษานี้ได้จัดทำขึ้นที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยทำการศึกษาในเด็กเล็กสุขภาพดีอายุระหว่าง 1-6 ปี จำนวน 497 คน ซึ่งถูกแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มที่ได้รับนมผงสูตรแคลเซียมต่ำ นมผงสูตรปกติ นมผงสูตรปกติผสมโพรไบโอติกสายพันธุ์แล็กโทบาซิลลัส คาเซอิ CRL431 (Lactobacillus casei CRL431) และนมผงสูตรปกติผสมโพรไบโอติกสายพันธุ์ แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM17938 (Lactobacillus reuteri DSM17938)

ผลการศึกษาพบว่า เด็กที่รับประทานโพรไบโอติก แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM17938 ช่วยลดการเกิดท้องเสียในเด็กได้ดีเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มอื่นๆ

เอกสารอ้างอิง:

Agustina R, Kok FJ, van de Rest O, et al. Randomized trial of probiotics and calcium on diarrhea and respiratory tract infections in Indonesian children. Pediatrics. 2012;129(5):e1155-e1164.

การศึกษาที่ 3 : ในเด็กอายุ 6-36 เดือน

เป็นการศึกษาทารกสุขภาพดีอายุระหว่าง 6-36 เดือน จำนวน 336 คน จากศูนย์ดูแลเด็กเล็ก 4 แห่งในประเทศเม็กซิโก โดยแบ่งเด็กออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่รับประทานยาหลอก และกลุ่มที่รับประทานโพรไบโอติกสายพันธุ์ แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM17938 (Lactobacillus reuteri DSM17938) โดยให้รับประทานเป็นเวลา 12 สัปดาห์ และติดตามผลต่ออีก 12 สัปดาห์หลังหยุดรับประทาน

การรับประทานโพรไบโอติกสายพันธุ์เฉพาะแล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM17938 ช่วยป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ

การรับประทานโพรไบโอติกสายพันธุ์เฉพาะแล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM17938 ช่วยป้องกันท้องเสียจากการติดเชื้อ

การรับประทานโพรไบโอติกสายพันธุ์เฉพาะแล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM17938 ช่วยลดการลาป่วย ขาดเรียน และ ลดความจำเป็นที่ต้องรับประทานยาปฏิชีวนะ

การรับประทานโพรไบโอติกสายพันธุ์เฉพาะแล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM17938 คุ้มค่า ช่วยประหยัดค่ารักษาพยาบาลได้ $36USD สำหรับท้องเสียในแต่ละเคส และ $37USD สำหรับการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจในแต่ละเคส

ปลอดภัย ไม่พบผลข้างเคียงที่แตกต่างจากยาหลอก

เอกสารอ้างอิง:

Gutierrez-Castrellon P, Lopez-Velazquez G, Diaz-Garcia L, et al. Diarrhea in preschool children and Lactobacillus reuteri: a randomized controlled trial. Pediatrics. 2014;133(4):e904-e909.

บทสรุป:

โพรไบโอติกสายพันธุ์เฉพาะ แล็กโทบาซิลลัส รียูเทอรี DSM17938 (Lactobacillus reuteri DSM17938) เป็นโพรไบโอติกที่มีการศึกษาทางการแพทย์ยืนยันและนำมาใช้จริงอย่างกว้างขวาง ให้ผลดีในการเสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกันการติดเชื้อทั้งในระบบทางเดินอาหาร (ท้องเสีย) และทางเดินหายใจได้ดีกว่าโพรไบโอติกสายพันธุ์อื่น ๆ ทั่วไป