#โพรไบโอติก #แล็กโทบาซิลลัส #รียูเทอรี DSM17938

จุลินทรีย์…คุณรู้จักดีแล้วหรือยัง?
จุลินทรีย์คืออะไร?

“จุลินทรีย์” คือสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ หลายคนมักจะนึกภาพว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่สกปรก ก่อโรค หรือทำให้เราเจ็บป่วยไม่สบาย ซึ่งนั่นไม่ได้ถูกต้องทั้งหมด แท้จริงแล้วจุลินทรีย์ที่เราพูดถึงเป็น สิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด หลากหลายสายพันธุ์ มีทั้งที่เป็นแบคทีเรีย เชื้อรา ไวรัส

แบคทีเรีย

เชื้อรา

ไวรัส

ซึ่งจุลินทรีย์เหล่านี้ยังมีทั้ง เชื้อดี (ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ) และ เชื้อร้าย (เป็นตัวทำให้เกิดโรค) ซึ่งพวกมันอยู่ร่วมกับเรามาตั้งแต่เกิด โดยอาศัยอยู่ในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ของเราในปริมาณและชนิดที่แตกต่างกัน

ถ้าให้นับเป็นเปอร์เซ็นต์เรามีจุลินทรีย์ถึง 90% โดยที่ในร่างกายของเรามีจำนวนเซลล์ของแบคทีเรียมากถึง 10 เท่าของเซลล์มนุษย์เราเอง และมีมากกว่า 400-4000 สายพันธุ์ โดยเฉลี่ยคิดเป็นน้ำหนักประมาณ 1-2 กิโลกรัม

เอกสารอ้างอิง:

(1) Dethlefsen L, McFall-Ngai M, Relman DA. An ecological and evolutionary perspective on human-microbe mutualism and disease. Nature. 2007;449(7164):811-818.

(2) Ley RE, Peterson DA, Gordon JI. Ecological and evolutionary forces shaping microbial diversity in the human intestine. Cell. 2006;124(4):837-848.

ประโยชน์ของจุลินทรีย์

จุลินทรีย์เชื้อดีมีประโยชน์ต่อมนุษย์เราอย่างมาก ซึ่งมันทำงานหลากหลายหน้าที่

• ช่วยย่อยอาหาร
• ช่วยการดูดซึมของสารอาหาร
• ช่วยสังเคราะห์วิตามินบางชนิด เช่น วิตามินเค วิตามินบี
• ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
• ช่วยยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียก่อโรค

ดังนั้น การขาดหรือลดลงของจุลินทรีย์เชื้อดีเหล่านี้จะส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราอย่างมาก

มากกว่า 70% ของระบบภูมิคุ้มกัน เกิดจากจุลินทรีย์ที่ดีในระบบทางเดินอาหาร

โดยมีการศึกษาพบว่า 70% ของระบบภูมิคุ้มกันมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับผนังของระบบทางเดินอาหาร (Gastrointestinal wall) ดังนั้นการมีระบบทางเดินอาหารที่สมบูรณ์แข็งแรง และการมีจุลินทรีย์เชื้อดีปริมาณมากและสมดุล จะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็กที่มักมีการติดเชื้อได้ง่าย เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ โอกาสเกิดการติดเชื้อจะเพิ่มมากขึ้น

เอกสารอ้างอิง:

(1) Neish AS. Microbes in gastrointestinal health and disease. Gastroenterology. 2009;136(1):65-80.

(2) Vighi G, Marcucci F, Sensi L, Di Cara G, Frati F. Allergy and the gastrointestinal system. Clin Exp Immunol. 2008;153 Suppl 1(Suppl 1):3-6.

จุลินทรีย์ที่ดี เริ่มตั้งแต่ 1,000 วันแรกของชีวิต

ในช่วง 1,000 วันแรกของชีวิต ตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึงช่วงที่เป็นทารก ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากต่อสุขภาพของลูกน้อยในอนาคต การได้รับสารอาหารและจุลินทรีย์เชื้อดีสำหรับคุณแม่และทารกเป็นสิ่งที่ส่งเสริมสุขภาพของเด็กเมื่อเติบโตขึ้น มีหลายปัจจัยที่ส่งผลเสียต่อสมดุลจุลินทรีย์ในทารก อาทิเช่น การผ่าคลอด การที่ทารกมีความจำเป็นต้องรับประทานนมกระป๋องแทนนมแม่ หรือแม้กระทั่งการที่ทารกต้องได้รับยาปฏิชีวนะ

ดังนั้น ทารกที่มีความจำเป็นต้องผ่าคลอด ไม่ได้รับประทานนมแม่ 100% หรือต้องได้รับยาปฏิชีวนะในช่วงเวลาดังกล่าว เป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการ เสียสมดุลของจุลินทรีย์ ได้

เอกสารอ้างอิง:

(1) Rodríguez JM.et.al. , Murphy K, Stanton C, Ross RP, Kober OI, Juge N, Avershina E, Rudi K, Narbad A, Jenmalm MC, Marchesi JR. The composition of the gut microbiota throughout life, with an emphasis on early life. Microbial ecology in health and disease. 2015 Dec 1;26(1):26050.

ปัจจัยอะไรที่ทำให้เกิดการเสียสมดุลจุลินทรีย์บ้าง ?

• การผ่าคลอด
• การรับประทานยาปฏิชีวนะ
• การรับประทานยาลดกรด (PPI) เป็นระยะเวลานาน
• ทารกที่ต้องรับประทานนมกระป๋องแทนนมแม่

เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการเสียสมดุลจุลินทรีย์และเกิดผลเสียต่อสุขภาพตามมา

• ความเครียด
• การรับประทานอาหารแช่แข็ง อาหารขยะ อาหารฟาสต์ฟู้ด
• การรับประทานผักผลไม้ในปริมาณน้อยเกินไป

เอกสารอ้างอิง:

(1) Rodríguez JM.et.al. , Murphy K, Stanton C, Ross RP, Kober OI, Juge N, Avershina E, Rudi K, Narbad A, Jenmalm MC, Marchesi JR. The composition of the gut microbiota throughout life, with an emphasis on early life. Microbial ecology in health and disease. 2015 Dec 1;26(1):26050.

(2) Thaiss CA, Zeevi D, Levy M, et al. Transkingdom control of microbiota diurnal oscillations promotes metabolic homeostasis. Cell. 2014;159(3):514-529.

เสียสมดุลของจุลินทรีย์ แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ?

ภาวะเสียสมดุลจุลินทรีย์ หรือที่เรียกว่า “Dysbiosis” ภาวะนี้ส่งผลให้สุขภาพของเราไม่ดีและเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา คำว่าเสียสมดุลในที่นี้คือการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านชนิดและปริมาณของจุลินทรีย์ที่ทำให้จุลินทรีย์เชื้อดีน้อยลงแล้วส่งผลเสียต่อสุขภาพตามมา โดยมีงานวิจัยทางการแพทย์พบว่าทำให้เกิดโรคหรือภาวะต่าง ๆ เช่น

• เกิดภาวะปวดท้อง ลำไส้แปรปรวน
• ท้องผูก
• โรคภูมิแพ้
• โรคเบาหวานชนิดที่ 1
• โรคอ้วน
• ทารกร้องโคลิค

เอกสารอ้างอิง:

(1) Chan YK, Estaki M, Gibson DL. Clinical consequences of diet-induced dysbiosis. Ann Nutr Metab. 2013;63 Suppl 2:28-40.

(2) Rodríguez JM, Murphy K, Stanton C, Ross RP, Kober OI, Juge N, Avershina E, Rudi K, Narbad A, Jenmalm MC, Marchesi JR. The composition of the gut microbiota throughout life, with an emphasis on early life. Microbial ecology in health and disease. 2015 Dec 1;26(1):26050.

เราจะปรับสมดุลจุลินทรีย์ ให้กลับมามีสุขภาพดีได้อย่างไร?

หน้าที่ของเราที่ต้องดูแลรักษาจุลินทรีย์ที่ดีเหล่านี้ให้อยู่ทำงานในร่างกายของเราได้ต่อ โดยพยายามลดปัจจัยที่ทำลายจุลินทรีย์ที่ดี เช่น การรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม เช่น อาหารขยะ หรืออาหารมีโปรตีนสูง การรับประทานผักผลไม้น้อย ไม่มีกากใย การรับประทานยาบางชนิดบ่อยๆ เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาลดกรด การผ่าคลอด และความเครียด เป็นต้น และแนะนำให้เสริมด้วย โพรไบโอติก ซึ่งเป็นทางเลือกในการปรับสมดุลจุลินทรีย์ได้

บทสรุป:

โดยสรุป จุลินทรีย์คือสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิดและสายพันธุ์ อาศัยอยู่ในส่วนต่างๆ ของร่างกายเรา ซึ่งหากมีปริมาณและชนิดที่เหมาะสมก็จะส่งผลดีต่อร่างกายทั้งในด้านการเสริมภูมิคุ้มกัน ต่อต้านเชื้อก่อโรค ต้านการอักเสบ ช่วยการทำงานของระบบประสาท และช่วยการขับถ่าย เป็นต้น ดังนั้นเราจึงควรรักษาสมดุลจุลินทรีย์ไว้ให้ดีเพื่อให้การดำรงชีวิตเป็นไปอย่างมีคุณภาพ